ในปัจจุบันนี้ นวัตกรรมทางการแพทย์ นั้นถือได้ว่าก้าวหน้าไปอย่างมาก กว่าสมัยก่อนค่อนข้างเรียกได้ว่าเยอะเลยทีเดียวครับ และเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ถือได้ว่าค่อนข้างที่ดีเลยทีเดียว ที่วงการแทพย์นั้นได้คิดค้นสิ่งใหม่ นวัตกรรมทางการแพทย์ต่างๆมากมาย เพื่อให้ได้มีความสามารถอย่างไร้ขีดจำกัดในการรักษามนุษย์อย่างๆเรา ได้อย่างดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่านวัตกรรมนี้ก็ถูกทำให้ง่ายขึ้น เป็นรูปแบบการกิน โดยกินแคปซูลที่มีอุจจาระ(ที่มีเชื้อโรคดีแช่แข็ง)เข้าไป โดยที่เจ้าอุจจาระที่เราจะกินเข้าไปนี้ ต้องผ่านการตรวจจากห้องปฏิบัติการเป็นอย่างดี เพื่อความสะอาดและเข้ากันได้กับผู้ป่วย โดยการรักษานี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เชื้อดีในลำไส้ใหญ่ของเรากลับมาสู่สมดุล

นวัตกรรมทางการแพทย์

โดย ณ ปัจจุบัน มีงานวิจัยหลายอย่างแล้วว่า การที่เชื้อในลำไส้เราไม่สมดุล เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคเบาหวาน รูมาตอยด์ และอาจเป็นโรคเกี่ยวกับสมองได้ โดยวงการทางการแพทย์ของไทยนั้น ในด้านผู้ชำนาญงานปฎิบัติหน้าที่ ถือว่าดี หลายคนหลายที่ติดระดับโลก แต่อีกหลายคนก็ดีกว่าค่าเฉลี่ย ถ้ามองครอบคลุมทั้งประเทศ เพราะปัญหาคือบุคลกรดีๆ มักกระจุกตัวในเมืองใหญ่ ด้านการบริหาร เราได้เครดิตเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค แต่การจัดการทรัพยากรยังมีปัญหาเยอะด้านการศึกษา อันนี้คุณภาพสูงมาก แต่ผลผลิตน้อย น้อยตั้งแต่ตอนเข้าแล้ว  แต่สิ่งค้ำจุนคือด้านผู้ช่วยการแพทย์ที่ถูกผลิตมาช่วยแบ่งเบาภาระบางส่วนของหมอ ปัญหาอยู่ที่หน่วยงานรัฐที่มีระบบบรรจุที่สร้างปัญหาอยู๋ตามข่าวในอดีต ด้านการผลิตเวชภัณฑ์ ทำได้แค่ระดับพื้นฐาน เครื่องมือก้าวหน้าอย่าง X-ray MRI CT scan แต่เรื่องโมฯ นั้นทำได้ดีอยู่ อย่างเก้าอี้ทันตแพทย์ก็มีบางที่รับจากนอกมาโมฯ ด้านสถานพยาบาล ก็ยังไม่เหมาะสมกับจำนวนประชากร เครื่องมือก็ไม่พอ ด้านวิจัยพัฒนา อันนี้คะแนนติดลบเลย  ยาใหม่ๆ เครื่องมือนวัตกรรมใหม่ๆ  ไม่สามารถทำได้  บางทีไม่ใช่ว่าคิดไม่ได้ แต่ติดเรื่อง certification เพราะงานแพทย์กว่าจะออกต้องใช้ทุนมาก ทรัพยากรมาก เวลามาก และต้องผ่าน issues เยอะ

สรุปว่า วงการแพทย์ไทยโดยรวมยังต้องมีการพัฒนาอีกเยอะครับ  แต่ถ้าดูเฉพาะในส่วนพีคด้านการรักษาพยาบาลของเราเชื่อได้ว่าระดับต้นของโลก เรื่องแปลงเพศผมไม่อยากถือว่าอยู่ในด้านวงการแพทย์อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเราเป็นเบอร์หนึ่ง ปัญหาใหญ่ตอนนี้อยู่ในเรื่องของ “จรรยาบรรณ” มากกว่า  โรงพยาบาลเอกชนมักมีปัญหาการเลี้ยงไข้ หรือ หยอดของแพงโดยไม่จำเป็น และโยนภาระคนจนให้หน่วยงานรัฐ ถึงแม้สภาพผู้ป่วยไม่อำนวย  ขณะที่โรงพยาบาลรัฐนั้นการรักษาผู้ป่วยถือว่าดี และทุ่มเทเวลาในการักษา แต่กลับมีปัญหา service mind เช่น การปฎิบัติตัวต่อผู้ป่วยชั้นล่าง เป็นต้น