การเลือกซื้อ notebook ให้ตรงกับการใช้งาน

how to choose laptop

ปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่า notebook นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำงาน การดำเนินชีวิต  การศึกษาและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องตามยุคสมัย มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ หลายรูปแบบ โดยคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันไป พื่อที่จะเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ใช้งานมากที่สุด ทั้งนี้สำหรับการเลือกซื้อ notebook นั้นจำเป็นที่จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เราไปดูหลักการเลือกซื้อ notebook ให้ตรงกับการใช้งาน เพื่อที่จะทำให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายและถูกต้องกัน

 

รูปแบบของ notebook

เพื่อที่จะทำให้การใช้งานของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรเลือกรูปแบบของ notebook ที่ตรงกับความต้องการและการใช้งานของคุณ โดยสามารถแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

 

  • notebook สำหรับใช้งานทั่วไป

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ notebook สำหรับพิมพ์งาน ทำงาน รวมไปถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดย notebook ประเภทนี้จะมีรูปแบบที่เป็นมาตรฐานทั้งรูปทรง ขนาด ราคาสมเหตุสมผล สเปคกลางๆ ระบบประมวลผลไม่ได้สูงมากนัก ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการ notebook สำหรับใช้งานทั่วไป

 

  • notebook สำหรับเล่นเกมส์

เป็น notebook สำหรับเกมเมอร์โดยเฉพาะเลยทีเดียว โดย notebook รูปแบบนี้จะมีความพิเศษตรงกราฟฟิคที่สวยโดดเด่น ให้ความรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมส์ และมีฟีเจอร์ต่างๆที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้เล่นเกมส์มากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าหากคุณต้องการ notebook ประเภทนี้จะต้องเน้นด้านกราฟฟิค ภาพรวมไปถึงสเปคเครื่องที่ต้องพิจารณาให้ดี

how to choose laptop

  • notebook สำหรับพกพา

สำหรับใครที่ต้องการ notebook สำหรับการพกพาและมีดีไซน์ที่สวยเพรียวบาง Ultrabook เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคุณอย่างมาก โดยจุดเด่นของ notebook รูปแบบนี้จะมีการออกแบบที่มีน้ำหนักเบา รูปทรงเล็กกะทัดรัดและบาง ช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงาน สะดวกในการพาไปไหนมาไหน ใช้ได้ทั้งการพิมพ์งาน ทำงานรวมไปถึงท่องโลกอินเทอร์เน็ต

 

นอกจากนี้การเลือกซื้อ notebook จะต้องคำนึงถึงเรื่องงบประมาณที่เหมาะสม คุณภาพของแบรนด์ที่คุณซื้อ ระบบประมวลผลที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานให้คุณมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าหากคุณต้องการใช้งานแบบทั่วไป ดูหนังฟังเพลง พิมพ์งาน ใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเลือกที่เป็นระบบ Intel Core i3,i5 แต่ถ้าหากต้องการเน้นด้านกราฟฟิค ก็ควรที่จะเน้นตัวที่มีพลังงานสูง อย่าง Intel Core i7 เป็นต้น นอกจากนี้อย่าลืมที่จะคำนึงถึงความจำหลักของคอมพิวเตอร์ที่จะเป็นจัดเก็บข้อมูล เพราะฉะนั้นควรเลือก RAM ของ notebook  ให้ดีและเหมาะสมกับการใช้งานให้มากที่สุด ทั้งหมดก็เพื่อการใช้งานที่ดีและมีประสิทธิภาพ คุ้มค่ามากที่สุดนั่นเอง

 

กล้องหน้ารถ หลักฐานสำคัญเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

กล้องหน้ารถ

ปัจจุบันนี้เป็นยุคแห่งเทคโนโลยีที่เราสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้ขีดจำกัด ในทั่วทุกมุมโลกผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเลต คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คและอื่นๆอีกมากมาย ที่ได้มีการพัฒนาให้เหมาะสมกับยุคสมัยและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการใช้กล้อง ที่ปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งการถ่ายภาพที่ทุกคนสามารถอัพเดทเหตุการณ์ต่างๆผ่านทางกล้อง ได้อย่างรวดเร็วทันใจและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยามที่เจออุบัติเหตุบนท้องถนน

 

กล้องหน้ารถ ถูกนำมาใช้ในการติดตั้งบนรถยนต์ เป็นกล้องบันทึกวิดีโอที่สามารถบันทึกได้ทั้งเสียงและภาพ เก็บเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างที่เราขับรถ เพื่อที่จะใช้เป็นหลักฐานสำคัญเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันหรืออุบัติเหตุต่างๆ การใช้กล้องหน้ารถเรียกได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่จะช่วยปกป้องสิทธิของผู้ขับขี่ เป็นการบันทึกเหตุการณ์จริงที่สามารถนำมาบอกได้ว่าในการเกิดอุบัติเหตุนั้นใครผิดใครถูก

 

กล้องหน้ารถ

 

กล้องหน้ารถ หลักฐานชิ้นสำคัญในการขับขี่รถยนต์ ที่ต้องบอกเลยว่าผู้ขับขี่รถยนต์ควรที่จะติดตั้งไว้อยู่ทุกคัน เราจะเห็นได้จากข่าวอุบัติเหตุในแต่ละวันของเมืองไทย ที่ส่วนใหญ่สามารถที่จะคลี่คลายคดีได้ผ่านทางกล้องหน้ารถ ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยอย่างดีสำหรับการจัดการปัญหาทุกอย่าง ที่สำคัญในปัจจุบันนี้กล้องหน้ารถในเมืองไทยยังมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ราคาไม่แพง และมีผู้ให้ความสำคัญในการติดตั้งและขายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีทางเลือกที่สามารถเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การติดตั้งกล้องหน้ารถ ยังสามารถที่จะช่วยลดราคาค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยรถยนต์ที่มีการติดตั้งกล้อง CCTV หรือกล้องโทรทัศน์วงจรปิด สามารถที่จะรับส่วนลดเบี้ยประกันภัยได้สูงถึง 5 – 10%

 

สำหรับผู้ที่สนใจในการติดตั้งและซื้อกล้องหน้ารถนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแค่กำหนดวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ศึกษารายละเอียดต่างๆและเลือกซื้อให้เหมาะสม  ควรเลือกกล้องที่มีคุณภาพ มีความคมชัดที่ในปัจจุบันนี้จะมีให้เลือกสูงสุดถึงระดับ Full HD เพื่อที่จะทำให้เพิ่นประสิทธิภาพในการขับขี่พร้อมทั้งการจับภาพถ่ายที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้อย่าลืมเลือกซื้อกล้องหน้ารถที่มีคุณสมบัติในการใช้งานเมื่อตอนช่วงกลางคืน หรือที่มืด สามารถที่เก็บภาพมุมกว้างได้ เพื่อที่จะทำให้คุณได้รับกล้องหน้ารถที่ดีและเหมาะสมมากที่สุด

 

เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด จะดีหรือไม่ถ้าหากเรามีตัวช่วยในการป้องกันสิทธิและผลประโยชน์ของตัวเอง กล้องหน้ารถ ถือว่าเป็นหลักฐานชั้นเยี่ยมที่จะช่วยคุณได้เป็นอย่างดี

 

 

ประโยชน์ของการสอบ ielts สามารถเพิ่มประโยชน์ในยุคอินเตอร์เน็ตได้

เชื่อว่าหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องสอบไอเอล จะสอบไปเพื่ออะไร แล้วการเรียน ielts นั้นมีข้อดีอะไรบ้าง เป็นแค่การติวปกติทั่วไปหรือเปล่า ต้องบอกเลยว่าการสอบไอเอลนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การทดสอบทั่วไปที่ใช้ในการศึกษาต่อหรือทำงานเท่านั้น แต่การสอบและเรียนไอเอลยังมีข้อดีหลายด้านที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวเราในหลายๆด้านอีกด้วย  เพราะได้มีผลสำรวจค้นพบว่าการสอบไอเอลจะมีผลต่อทั้งการศึกษา การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน ดังต่อไปนี้

 

 1.การสอบ ielts พัฒนาด้านการเรียน

ผู้เข้าสอบไอเอลจะมีความในการเรียนและประสิทธิภาพในการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการเรียนไอเอลจะช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆของผู้สอบ ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การเขียน การอ่าน และการพูด กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ผ่านการเตรียมตัวและเรียน ielts จะสามารถที่จะเรียนรู้และประสบความสำเร็จในการเขียนรายงาน บทความ การฟังบรรยายหรือผู้พูดเป็นภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้นทั้งในหน้าชั้นเรียนและการอบรมสัมมนาต่างๆ

 

2.การสอบ ielts เพิ่มความก้าวหน้า

คุณรู้หรือไม่ว่าการสอบไอเอลนั้นได้รับการยอมรับจากองค์กรและสถาบันต่างๆกว่า 10,000 แห่งทั่วโลกจาก 140 ประเทศ เป็นที่ต้องการและรู้จักกันอย่างดีของนายจ้างในการนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อรับสมัครงาน ด้วยชื่อเสียงของผลคะแนนการสอบไอเอลนั้นทำให้ผู้สอบมีโอกาสที่เติบโตและเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นอย่างดีทั้งการทำงานในประเทศและต่างประเทศ เรียกง่ายๆก็คือผลคะแนนการสอบไอเอลมีผลต่อการสมัครงานและเลื่อนตำแหน่งรวมไปถึงฐานเงินเดือนด้วย

 

  1. การ ielts กับชีวิตประจำวัน

การสอบไอเอลนั้น่ช่วยทำให้ผู้สอบและเรียนไอเอลสามารถที่จะเอาตัวรอดและสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าคุณจะไปอยู่ที่ไหน เดินทางไปท่องเที่ยว ไปทำงานหรือเรียนในต่างประเทศ ผู้ที่ผ่านการไอเอลสามารถที่จะนำทักษะความรู้ที่มีมาสื่อสารในชีวิตประจำวัน ก้าวข้าวอุปสรรคต่างๆในสังคม กล่าวคืนการสอบไอเอลไม่ได้ทำให้คุณสามารถเรียนต่อหรือทำงานได้เท่านั้นแต่สามารถที่จะทำให้คุณเข้ากับสังคมและวัฒนธรรมองค์กรที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้อีกด้วย

 

เรียกได้ว่าการเตรียมตัวสอบและเรียนไอเอลนั้นเต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่จะพัฒนาทักษะด้านการใช้ภาษาอังกฤษของคุณให้คล่องและดีขึ้น สามารถที่จะไปใช้ในการเรียนที่ https://www.ielts.idp.co.th/พร้อมขึ้น ใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ในการทำงาน รวมไปถึงผลคะแนนของไอเอลที่จะเป็นใบเบิกทางในการสร้างโอกาสด้านการศึกษาและการทำงานของคุณได้เป็นอย่างดี

ยุค 2018 ยุคแห่งเทคโนโลยี

ในปี 2018 นี้จะเป็นยุคแห่งเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในหลายๆด้าน ที่จะมีนวัตกรรมใหม่ๆพร้อมทั้งเทคโนโลยีต่างๆที่ได้มีการพัฒนาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเข้ามาเกี่ยวข้องในมนุษย์มากยิ่งขึ้น เราจะได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกขั้นสูงสุด ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและมีผลกระทบกับชีวิตของคนเรามากกว่าปีก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด

ยุค 2018 ยุคแห่งเทคโนโลยี

 

อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ในปี 2018 นี้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคกว่า 95% จะถูกเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งหมด เรียกว่าเป็นนวัตกรรมดิจิตอล “IoT หรือ Internet of Things” ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวัน ธุรกิจ สังคมมากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆจะสามารถเชื่อมต่อและให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์  เห็นได้ชัดจาก QR Code Payment และ กลุ่ม Smart Home ต่างๆ โดยประเทศไทยก็จะเกิดการพัฒนาด้านนวัตกรรมดิจิตอลขึ้นเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะเป็นเรื่องยากที่เทคโนโลยีจะครอบคลุมคนไทยทั้งประเทศ แต่ในปัจจุบันนี้คนไทยมากกว่า 10.7 ล้านครัวเลือกก็มีความรู้ความเข้าใจและสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตขั้นพื้นฐานได้ เพราะฉะนั้นเราจึงจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลนีของประเทศไทยที่มีการยกระดับมากยิ่งขึ้น มีอุปกรณ์ไฮเทคที่เข้ามาอำนวยความสะดวกมากมาย

 

 

นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์

ในปี 2018 นี้เป็นปีแห่งนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นยุคแห่งการเริ่มต้นที่จะปฏิวัติพลังงานหลังจากที่โดนการพัฒนานวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์กดดัน ในปีนี้จะมีการนำเทคโนโลยี Microgrid เข้ามาทำหน้าที่เป็นโครงข่ายกระจายพลังงานแสงอาทิตย์ที่จะมีราคาถูกลงมากยิ่งขึ้น พลังงานที่เก็บไว้ในแต่ละหมู่บ้านอาคารต่างๆจะสามารถนำมาแลกเปลี่ยนและซื้อขายกันเองได้ เป็นเทรนด์ที่กำลังขยายตัวไปทั่วโลก

 

 

Big Data Analytics

ปี 2018 ทางบริษัท Search engine  โซเชียลมีเดีย และ E-commerce จะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเป็นอย่างมาก โดยเครื่องมือ Big Data Analytics ที่จะมีความแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกได้รับสื่อที่จะแตกต่างไปกว่าเดิม มีวิธีการสื่อสารรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บริษัทด้านสื่อและบันเทิงแบบสมัยเก่า จะถูกปิดตัวลงอย่างน่าตกลง โดยในปีนี้ บริษัท Search engine  โซเชียลมีเดีย และ e-commerce เช่น Google,Amason เป็นต้น จะยอมรับการใช้สกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) จากลูกค้ามากยิ่งขึ้น  ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin,Ripple,Ethereum เป็นต้น ในการทำธุรกรรมด้านการเงิน การซื้อขายสินค้าและบริการกันอย่างแพร่ จนส่งผลกระทบยังสถาบันการเงินต่างๆทั่วโลกที่จะต้องมีการปรับตัวอย่างมากเลยทีเดียว

 

ยุค 2018 ยุคแห่งเทคโนโลยี 2

 

 

 

Artificial intelligence หรือ AI

Artificial intelligence หรือ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ คือความฉลาดเทียมที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต เป็นศาสตร์หนึ่งของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และวิศวกรรม รวมไปถึงศาสตร์ในด้านชีววิทยา ปรัชญา จิตวิทยา ที่จะเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ที่มีความฉลาด มีพฤติกรรมในการเลียนแบบมนุษย์ที่สำคัญมีศักยภาพในการทำงานได้เทียบหรือคล้ายกับมนุษย์อีกด้วย กล่าวง่ายๆก็คือ Artificial intelligence หรือ AI เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถพัฒนาตนเองได้ สามารถที่จะเรียนรู้ สื่อสาร วางแผน คิด วิเคราะห์ด้วยเหตุผล และมีระบบจัดการที่ดีเยี่ยม สามารถที่จะตอบโต้หรือสนทนากับมนุษย์ได้เป็นอย่างดี มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองอยู่เสมอ

 

และในปีนี้เราจะเห็นความสามารถของ Artificial intelligence หรือ AI ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในแต่ละองค์กรต่างๆจะมีการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการบริการ เราจะได้เห็นการลดการใช้แรงมนุษย์และเน้นใช้ AI ในการทำงานเพื่อประหยัดต้นทุนรวมไปถึงมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีเยี่ยมเทียบเท่ามนุษย์อีกด้วย เรียกง่ายๆก็คือในปีนี้ AI จะเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งมีเทคโนโลยีใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2018

 

 

Voice & Visual Search

ปี 2018 จะเป็นยุคของ Voice & Visual Search หรือการสั่งงานด้วยเสียงที่ต่อไปนี้ทุกๆการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆจะมีการปรับระบบให้สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้มากยิ่งขึ้น โดยต่อไปนี้ยุคแห่งการพิมพ์จะหมดลง และจะได้เห็นการสั่งงานด้วยเสียงเพิ่มขึ้นในด้านต่างๆที่นอกเหนือจากอินเทอร์เน็ต เช่น อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เป็นต้น และในปีนี้เทคโนโลยี Voice Personal Assistant หรือ VPA ที่ไม่ว่าจะเป็น Siri,Google Assistant,Bixby จะมีพัฒนาความสามารถที่สูงมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยงานด้านเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก

ยุค 2018 ยุคแห่งเทคโนโลยี 3

 

Robots

หุ่นยนต์จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเรามากยิ่งขึ้น เป็นเป้าหมายใหม่ที่จะเข้ามาช่วยในการทดแทนแรงงานมนุษย์ในอนาคต ช่วยในการทำงานต่างๆ เป็นการยกระดับแรงงานและการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพที่จะต้องทำงานแบบเดิมๆในการผลิตของผู้ใช้แรงงาน รวมไปถึงภาวะขาดแคลนแรงงาน ที่สำคัญหุ่นยนต์ได้ถูกพัฒนาให้สามารถช่วยลดความเสี่ยงให้กับมนุษย์มากยิ่งขึ้น เราจะได้เห็น หุ่นยนต์บริการ หุ่นยนต์ดับเพลิง หุ่นยนต์กู้ภัย เป็นต้น

 

 

เรียกได้ว่าแต่ละเทคโนโลยีในปี 2018 นี้เต็มไปด้วยความน่าสนใจ น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่งสมกับเป็นยุคของเทคโนโลยีอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นตัวเราเองก็ต้องรู้จักปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และเท่าทันเทคโนโลยี และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ในปีนี้เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายด้านและการพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกและต่อยอดให้กับมนุษย์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ปี 2018 ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากที่สุดเลยก็ว่าได้

วิธีการนำประโยชน์ของเทคโนโลยีมาทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญของมนุษย์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้มีการพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างความสะดวกสบาย และตอบโจทย์คนยุคใหม่ให้ดีมากที่สุด เราสามารถที่จะสื่อสารกับคนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลมีการเชื่อมต่อกันทั่วโลก เครือข่าวออนไลน์เข้ามาเป็นหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์ ไม่ว่าเราจะทำอะไรล้วนมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ มีนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ด้านการทำธุรกิจการค้า ด้านความบันเทิง ด้านที่อยู่อาศัย  ด้านการเงินและการลงทุนและอื่นๆอีกมากมาย

 

ทั้งนี้เทคโนลีก็สามารถที่จะส่งผลกระทบได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยด้านบวกก็คือการที่เทคโนลีเข้ามาอำนวยความสะดวกสบาย ช่วยเพิ่มโอกาสและประสิทธิภาพในการทำงาน เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ทุกอย่างถูกจัดสรรด้วยเทคโนโลยีทั้งหมดในทุกๆด้าน ทั้งนี้เทคโนโลยีก็สามารถสร้างผลกระทบด้านลบให้เราได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในการเกิดอาชญากรรมที่มีมากยิ่งขึ้น,ความอ่อนไหวทางด้านจิตใจของคนบางกลุ่ม,มีการใช้เทคโนโลยีในด้านที่ผิด,ทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบกายลดลง ทุกคนมุ่งแต่การใช้เทคโนโลยีหรือที่เรียกว่าสังคมก้มหน้านั่นเอง ที่สำคัญมีการใช้เทคโนลียในการพัฒนาอาวุธที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูง มีการเกิดสงครามและการทะเลาะเบาะแว้งกันมากยิ่งขึ้น

เรียกได้ว่าเทคโนโลยีก็มีทั้งด้านดีและด้านลบ แต่ถ้าหากว่ามนุษย์รู้จักวิธีใช้ให้เหมาะสม รู้จักที่จะนำประโยชน์ของเทคโนโลยีมาทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น ก็สามารถที่จะดำเนินชีวิตอยู่บนโลกที่ทันสมัยและสะดวกสบายได้อย่างมีความสุข แล้วจะทำอย่างไรให้เราสามารถอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีได้โดยไม่เกิดผลเสีย ไปดูเคล็ดลับดีๆต่อไปนี้กัน

1.หมั่นศึกษาหาความรู้ด้านเทคโนโลยี

ควรหมั่นศึกษาหาความรู้และศึกษารายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับเทคโนโลยีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ข้อควรรู้ในการเลือกใช้งาน ข้อดีข้อเสียต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับตัวเราและการดำเนินชีวิต เพื่อที่จะทำให้เรามีฐานข้อมูลและความเข้าใจในการใช้งานที่ถูกวิธีมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ เทคโนโลยี QR Code Payment ที่เป็นการเตรียมพร้อมสู่สังคมไร้เงินสดที่จะสามารถใช้จ่ายผานโทรศัพท์มือถือได้ง่าย ถ้าหากคุณรู้จักทำความเข้าใจและศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เราก็สามารถที่จะนำ QR Code มาอำนวยความสะดวกให้กับเรา เป็นต้น

2.ติดตามข่าวสารเทคโนโลยีอยู่เสมอ

ควรอัพเดท หรือติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้ทำให้เราสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน ด้านธุรกิจ การเงินการลงทุน รวมไปถึงที่อยู่อาศัย ที่จะต้องมีพัฒนาการใช้งานและความเป็นอยู่เสมอ ที่สำคัญการอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆของเทคโนโลยีเป็นประจำจะทำให้เรานำสิ่งเหล่านั้นมาต่อยอดและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีมากยิ่งขึ้น เป็นคนทันสมัยที่เข้าใจเหตุการณ์บ้านเรือนและความเป็นไปของสังคมโลก

วิธีการนำประโยชน์ของเทคโนโลยีมาทำให้ชีวิตเราดีขึ้น 2

3.ใช้งานให้ถูกวิธี

โปรดจำไว้เสมอว่าเทคโนโลยีควรถูกนำมาใช้งานให้ถูกวิธีและเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาในการใช้เทคโนโลยีต่างๆโดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต ที่จะไม่มุ่งมั่นหรือจมอยู่กับหน้าจอมากจนทำลายความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่คิดมากหรือนำเรื่องราวต่างๆในโลกของอินเทอร์เน็ตให้มาทำลายความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิตของตัวเรา รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆในทางที่ถูกที่ควรและพอเหมาะ เพื่อที่จะทำให้เทคโนโลยีเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับตัวคุณ

4.รู้จักพัฒนาและต่อยอด

ควรรู้จักนำเทคโนโลยีมาพัฒนาและต่อยอดในการเรียนรู้ การศึกษา การทำงานและการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านอินเทอร์เน็ต เครือข่ายการสื่อสาร การทำธุรกิจ การเงินหรือการลงทุน ที่คุณสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยให้ทุกอย่างราบรื่น รวดเร็วได้ง่ายยิ่งขึ้น จะเห็นได้จากการใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นคว้าหาความรู้ก ประยุกต์กับการศึกษา หรือการใช้เทคโนโลยีและโลกออนไลน์ในการสร้างรายได้และพัฒนาประสิทธิภาพด้านการทำงาน รวมไปถึงธุรกิจต่างๆที่สามารถพัฒนาคุณภาพสินค้า หน้าร้าน บริษัทและการซื้อขายได้ด้วยเทคโนโลยี การลดต้นทุนสินค้าในการทำธุรกิจ เรียกได้ว่าหากเรารู้จักวิธีใช้อย่างถูกต้องก็จะสามารถทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีมากยิ่งขึ้น

5.เทคโนโลยีกับความปลอดภัย

ปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่าไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถที่จะใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการความปลอดภัยและส่งเสริมชีวิตของคุณได้ดีขึ้น ไร้ปัญหาการเกิดอาชญากรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดกล้องวงจรปิด การติดตามบุคคล การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คในการเตือนภัยและเป็นสื่อกลางด้านความปลอดภัย เพียงแค่คุณรู้จักติดตามข่าวสาร และนำเทคโนโลยีมาใช้ให้ถูกวิธี ก็สามารถที่จะลดปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะมีผลกระทบด้านลบอยู่ไม่น้อย แต่ก็มีผลด้านดีมากเช่นกัน ถ้าหากเรารู้จักเลือกใช้งานอย่างถูกวิธีและเหมาะสม ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและการใช้งานอยู่เสมอ อัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีต่างๆเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ และรู้จักพัฒนาและต่อยอดคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี ที่สำคัญไม่ลืมจะป้องกันตัวเองด้านความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี เพียงเท่านี้เราก็สามารถดำเนินชีวิตให้ดีขึ้นและมีศักยภาพในการทำงาน การศึกษา การใช้ชีวิตในด้านต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ป้องกันการใช้อินเตอร์เน็ตและสังคมในยุค Social ยังไงไม่ให้เกิดโทษ

ในโลกที่ทุกอย่างในชีวิตของเราทุกคนกำลังวิ่งไปตามกระแสของเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาทั้งทางด้านของรูปแบบการใช้งาน และการเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ ให้เข้าถึงได้ง่ายแค่เพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ไร้สายอย่างสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตต่าง ๆ  กลับกลายมาเป็นสิ่งใหม่ที่ทุกคน ทุกธุรกิจต้องหันมาให้ความสนใจ ใส่ใจเรียนรู้เพื่อที่จะรู้เท่าทันและเดินตามกระแสแห่งเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปได้ทุกวินาที

 

และด้วยการพัฒนารูปแบบการใช้งานอย่างไม่หยุดยั้ง มาบวกเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาสนใจการแสวงหาข่าวสารจากอินเตอร์เน็ต และมี Social Network มาทำหน้าที่เปรียบเสมือนช่องทางการเข้าถึงบุคคลนั้นได้รวดเร็วมากขึ้น แถมยังเป็นสังคมในลักษณะของ Social Network ที่เชื่อมโยงกันไปทั่วโลก จึงจำเป็นอย่างมากที่ผู้ใช้งานจะต้องเรียนรู้ถึงแนวทางในการใช้งานอินเตอร์เน็ตแบบรู้ทันด้วยเกณฑ์ในการพิจารณาเบื้องต้นแบบง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

 

  • ก่อนโพสต์หรือนำเสนออะไรควรที่จะคิดถึงผลดี ผลเสียในระยะยาวก่อนทุกครั้ง
  • งดการแชร์ข้อมูล หรือข้อความต่าง ๆ ที่เสี่ยงเป็นอันตราย เพราะนั่นอาจเป็นไวรัส หรือการชักจูงใจให้เรากรอกข้อมูลโดยผู้ไม่ประสงค์ดี
  • หากมีแหล่งข้อมูลใดที่ดูแล้วไม่น่าเชื่อถือ แล้วให้กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวก่อนรับบริการ หรือร่วมสนุกก่อนเข้าเล่นเกมส์ให้พึงระวังไว้เสมอว่าคือมิจฉาชีพ
  • ไม่ควรรับใครเป็นเพื่อนแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะการมีเพื่อนมากบนโลกออนไลน์ไม่ได้หมายถึงผลดีเสมอไป
  • ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว หรือหลีกเลี่ยงการโพสต์ข้อมูลในรูปแบบสาธารณะและเลือกนำเสนอข้อมูล และปิดข้อมูลบางอย่างได้หากไม่ต้องการให้คนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อน หรือญาติสนิทได้เห็น
  • ไม่ควรเปิดเผยฐานะ รายได้ และข้อมูลส่วนตัวเช่นข้อมูลบัตรประชาชน หรือบัตรเครดิตบนโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของภาพ หรือข้อความก็ตาม
  • ใช้สื่อออนไลน์อย่างมีสติ ไม่แชร์ ไม่โพสต์ ไม่ส่งต่อในเรื่องที่สุ่มเสี่ยงสร้างความไม่ปลอดภัย หรือไม่มีการอ้างถึงแหล่งที่มาของข้อมูลนั้น
  • ควรตรวจสอบการใช้งานสื่อออนไลน์อย่างใกล้ชิด และชี้คำแนะนำที่มีประโยชน์หากมีเด็ก หรือเยาวชนที่อยู่ในการดูแล เพื่อป้องกันการใช้สื่อออนไลน์ในทางที่ผิด

 

© 2018 swarmize.com

Theme by Anders NorénUp ↑